Monday, September 22, 2008

ตำรวจเตือนมามีผู้เคราะห์ร้ายแล้ว

ลองนึกภาพดูท่านกำลังเดินมาในลานจอดรถ  เปิดประตุรถและ เข้าไปในรถ ท่านล็อคประตู  แล้วสตาร์ทรถยนต์ และ เข้าเกียร์เพื่อถอยรถ ขณะนั้นท่าน  มองที่กระจกส่องหลังที่อยู่หน้าคนขับเพื่อมองทางที่จะถอย  ทันใดก็เห็นว่ามีกระดาษแผ่นหนึ่งติดอยู่กลางกระจกรถด้านหลัง  ท่านก็ต้องเปลี่ยนเกียร์มาที่ตำแหน่งเพื่อจอดรถเปิดประตู   ออกจากรถเพื่อจะลงไปเอากระดาษที่ติดอยู่ออกเพราะทำให้การมองเห็นไม่ดี  ขณะที่เดินถึงด้านหลังของรถ จู่ ๆ ก็มีชายคนหนึ่งโผล่มาจากที่ไหนก็ไม่รู้  กระโดดเข้าไปในรถและขับรถออกไปเครื่องยนต์กำลังติดอยู่  เจ้าของรถที่เป็นผู้หญิงจะมีกระเป๋าถือวางอยู่ในรถด้วย)  รถที่ออกก็จะพุ่งออกไปท่านต้องหลีกเพราะกลัวถูกชน   
โปรดระวัง โจรรถยนต์บางรายเริ่มใช้วิธีนี้แล้ว  
วิธีที่ดีและ ปลอดภัย คือ
  ท่านขับรถออกไปปล่อยให้กระดาษติดอยู่ที่กระจก  แล้วค่อยเอาออกหลังจากที่ออกไปจากลานจอดรถที่น่าสงสัยนั้น    ขอให้ทุกคนส่งต่อไปให้ญาติมิตร โดยเฉพาะที่เป็นผู้หญิง  กระเป๋าถือมีบัตรประชาชน และแน่นอนถ้าตกอยู่ในมือของ   มิจฉาชีพก็ไม่ค่อยดีแน่   

Sunday, September 14, 2008

วิธีการผ่อนคลายเมื่อปวดประจำเดือน

วิธีการผ่อนคลายเมื่อปวดประจำเดือน

# ใส่น้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ลงในอ่างอาบน้ำ หรือดื่มชาลาเวนเดอร์ ก็จะช่วยบรรเทาความเครียดและตะคริว

# การลดอาการปวดประจำเดือนให้ใช้ความอุ่นชื้นจะดีที่สุด โดยการใช้ผ้าหุ้มขวดน้ำอุ่นวางประคบที่หน้าท้อง หรือหากเป็นตะคริวบ่อยก็ควรกินอาหารที่มีแมกนีเซียม เช่น ถั่วเหลือง ปลา ธัญพืช ผักสีเขียว

# อาหารที่มีแคลเซียมสูงสามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ เช่น บร็อกโคลี่ เต้าหู้ และผลิตภัณฑ์นม และก่อนมีประจำเดือนก็ให้กินอาหารที่มีวิตามินสูงก่อนประจำเดือนจะมาสองสามวัน เช่น วิตามินบี 6 (มีมากในหลา ธัญพืชไม่ขัดสี อะโวคาโด) วิตามินเอ (มีมากในพริกหวาน ตับ ปลาเนื้อมัน ผลิตภัณฑ์นม พืชผักสีเขียวและเหลือง) วิตามินอี (มีมากในน้ำมันรำข้าว ถั่ว) และควรทานวิตามินซีให้มากด้วย

นอนไม่หลับ

คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าคะที่อยากนอนแต่นอนไม่หลับ กว่าจะหลับได้ปาไปค่อนคืน ส่งผลให้ตอนเช้าไม่อยากตื่น หรือตื่นมาแบบงัวเงีย ๆ ตาบวม ตาคล้ำ ไปทำงานแบบไม่สวย ขืนปล่อยไว้นานสุขภาพพลอยแย่แน่ ๆ อย่างนี้ต้องหาวิธีค่ะ ลองปรับเปลี่ยนกิจวัตร วิถีชีวิตบางอย่างของคุณดู บางทีอาจช่วยให้หลับง่ายหลับสบายยิ่งขึ้น

สำรวจว่าห้องนอนอากาศถ่ายเทสะดวกหรือเปล่า
อันนี้เป็นตามหลักสุขศึกษาเบื้องต้นเลย ถ้าเปิดแอร์อุณหภูมิควรอยู่ที่ 20-25 องศาเซลเซียส แน่นอนค่ะว่าถ้าอากาศร้อนอบอ้าว ทำให้เรานอนไม่หลับกระสับการะส่าย


ก่อนเข้านอนให้อาบน้ำร้อน
เพราะจะช่วยผ่อนคลายร่างกายและใจที่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ามาทั้งวัน ถ้าที่บ้านมีอ่างอาบน้ำให้หยดลาเวนเดอร์หรือคาโมไมล์ลงไปสักหน่อย จะช่วยให้หลับสบายขึ้น เมื่ออาบเสร็จอย่าลืมทาโลชั่น เพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว และหาชุดนอนนุ่มสบายมาใส่


หลีกเลี่ยง ชา กาแฟ และเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์
ในตอนเย็นหรือหัวค่ำ ให้มาเลือกดื่มชาสมุนไพรย่างชาคาโมไมล์ หรือชาลาเวนเดอร์แทน หรือจะเป็นนมอุ่น ๆ ช็อกโกแลตร้อนสักแก้วก็จะทำให้หลับง่ายขึ้น


ไม่ควรรับประทานอาหารเย็นแบบใกล้เวลาเข้านอนมากเกินไป
เพราะจะทำให้กระเพาะคุณทำงานหนัก ถ้าเป็นได้คืออย่ารับประทานมื้อเย็นหลัง 1 ทุ่มเลยค่ะนอกจากนั้นขอแนะนำให้เลือกอาหารเบา ๆ ย่อยง่าย จำพวกปลานึ่งผักนึ่ง หลีกเลี่ยงพวกอาหารไขมัน เนื้อสัตว์ เครื่องเทศ และเครื่องปรุงรสจัด ๆ ค่ะ


ก่อนเข้านอนสัก 3 ชั่วโมง พยายามตัดเรื่องคร่ำเคร่งออกจากตัวจากใจ
ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะขนงานมาทำหรืออ่านหนังสือประเภทตื่นเต้น ลึกลับ เพราะนอกจากทำให้คุณวางหนังลือไม่ลงแล้ว ยังทำให้เกิดความตื่นเต้นก่อนนอนอีกแต่ให้หาเพลงเบา ๆ ฟังแทน อาจเป็นเพลงพวกนิวเอจ เพื่อการผ่อนคลาย ซึ่งเดี๋ยวนี้มีให้เลือกเยอะทีเดียว


แต่ละคนมีนาฬิกาชีวิตของคุณเอง
ลองสังเกตดูดี ๆ สิว่าคุณหิวข้าวตอนไหน และง่วงนอนตอนไหน ถ้าเกิดอาการง่วงเหงาหาวนอน หนังตาหย่อน แสดงว่าคุณต้องนอนแล้วละ ให้รีบนอนทันที เพราะถ้าเลยเวลานอนไปคุณอาจนอนไม่หลับเลย และเมื่อได้ เวลาทองของตัวเองแล้ว ก็โปรดจำไว้ และพยายามทำให้เป็นกิจวัตร


หากระดาษโน๊ตไว้ที่หัวนอนสักแผ่น
เพื่อจดว่ามีสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้คุณนอนไม่หลับ และมีอะไรบ้างที่ทำให้คุณหลับสนิทดี เพื่อจะได้นำมาแก้ไขและปรับใช้กับตัวเอง 
 
 

Tuesday, September 9, 2008

sim ของมือถือ

sim ของมือถือโดนลักลอบใช้ได้แล้ว !!

โปรดระวัง ถ้าคุณได้รับสัญญาณโทรศัพท์บนมือถือของคุณว่า
ช่างเทคนิค Cellnet หรือ Vodafone บอกคุณว่า
พวกเขากำลังทำการตรวจเช็คโทรศัพท์ของคุณ
และบอกให้คุณต้องกด # 90 หรือ 90 #
ตอนนี้มีบริษัทหลอกลวงฉ้อฉล วางอุบายนี้ขึ้นมา
ถ้าคุณได้รับสัญญาณโทรศัพท์ดังกล่าว คุณต้องวางสายโทรศัพท์ทันที
ถ้าคุณกด # 90 หรือ 90 # ล่ะก็ พวกเขาจะสามารถเข้าไปใน sim card ของคุณได้
และสามารถทำการใช้โทร.ออกจาก sim card นั้น
โดยค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น จะเป็นของคุณ
กรุณาบอกคนอื่นๆด้วย

 

การทำงาน

โดยพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต

อาตมาอ่านเจอกลอนในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ที่ผู้เขียนระบายไว้ได้สาแก่ใจมากเลย

เร็ว ก็หาว่าล้ำหน้า
ช้า ก็หาว่าอืดอาด
โง่ ก็ถูกตวาด
พอฉลาด ก็ถูกระแวง
ทำก่อน บอกไม่ได้สั่ง
ทำทีหลัง บอกไม่มีหัวคิด
เฮ้อ นี่แหละชีวิตคนทำงาน

ข้างต้น น่าจะเป็นกลอนที่โดนใจบรรดาคนทำงานหลายๆ คน เพราะสะท้อนความรู้สึกกดดันอย่างชัดเจน
ซึ่งจากการได้พูดคุยกับโยมที่เข้ามาปรึกษาหารือถึงสาเหตุที่ทำงานกันอย่างไม่มีความสุขก็มีปัจจัยมากมาย เช่น ทำงานที่ตัวเองไม่ถนัด ทำงานที่ไม่ชอบ โดนหัวหน้างานกดขี่ หรือรู้สึกว่าหน้าที่ที่ตัวเองได้รับมอบหมายนั้นต่ำต้อย ฯลฯ
โดยจะว่าไปแล้ว บริษัทก็เหมือ นกับบ้านหลังที่สองของเรา บางคนใช้ชีวิตในบริษัทมากกว่าที่บ้านซะอีก เพราะต้องตื่นขึ้นมาทำงานตั้งแต่ตี ๔ ตี ๕ กลับถึงบ้านก็ ๒-๓ ทุ่ม วันหนึ่งมี ๒๔ ชั่วโมง หากต้องใช้ชีวิตในการทำงาน (รวมนั่งรถไป-กลับ) วันละ ๑๐ กว่าชั่วโมงแล้ว ถ้าโยมไม่มีความสุขกับงานที่ทำ จึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจมากๆ

อาตมาชอบใจคุณยามที่บริษัทแห่งหนึ่งมาก เคยถามเขาว่า ไม่เบื่อเหรอ เปิดประตูทั้งวัน เขาตอบกลับอย่างฉะฉานว่า ' ไม่เบื่อหรอกครับท่าน เพราะคนจะเข้าไปที่นี่ได้หรือไม่ได้ มันอยู่ที่ผม ถ้าผมไม่เปิดประตู ไม่อนุญาตหรือบอกไม่ให้เข้า เขาก็ไม่ได้เข้านะ อย่างพระอาจารย์มาบรรยายที่นี่ ผมไม่ให้เข้าก็ได้ ... แต่ผมให้เข้าครับ ' ( แล้วไป)

อาตมาจึงไม่แปลกใจเลย เวลาไปทำธุระที่บริษัทนี้ทีไร มักเห็นเจ้าหมอนี่ ทำหน้าที่ตัวเองอย่างกระตือรือร้น ก็เพราะเขามีทัศนคติที่ดีต่อหน้าที่ เห็นความสำคัญของตัวเอง จึงทำให้เขาทำงานได้อย่างมีความสุข (แถมมีมุขอำกลับอาตมาอีกต่างหาก)

ดังนั้นอาตมาจึงอยากจะหนุนใจญาติโยมที่กำลังรู้สึกย่ำแย่กับงานของตัวเองว่า

ถ้าเราทำงานจนเมื่อยมือเหลือเกิน
ก็จงดีใจเถอะ ที่มีมือให้เมื่อย
ถ้าเราเดินไปเดินมาจนปวดขาเหลือเกิน
ก็จงดีใจเถอะ ที่มีขาให้ปวด
ถ้าเราเห็นหัวหน้า แล้วเซ็งเหลือเกิน
ก็จงดีใจเถอะ ที่มีหัวหน้าให้เซ็ง

ถ้าเราเห็นงาน แล้วเราเบื่องานเหลือเกิน
ก็จงดีใจเถอะ ที่มีงานให้เบื่อ


เพราะหลายคนพอไม่มีงานให้ทำ ก็จะประท้วงกัน อยากทำงาน ! อยากทำงาน ! ดังนั้นเมื่อคุณโยมมีโอกาสทำแล้ว
ก็จงทำให้ดีที่สุด เริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนทัศนคติต่องานที่ทำก่อน
เห็นความสำคัญของหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ได้ ทำมันอย่างเต็มที่และดีที่สุด
เหมือนดั่งคุณยามที่อาตมายกมาเป็นตัวอย่างข้างต้น

อาตมาเคยอ่านเจอคำแนะนำของท่านพระธรรมปิฎก ( ป.อ.ประยุตฺโต) ในหนังสือเล่มหนึ่ง ท่านเขียนชี้แนะไว้ว่า

งานมีผลตอบแทนสองชั้นด้วยกัน

ผลตอบแทนชั้นที่ ๑ คือ ตอนเงินเดือนออก นี่คือความสุขชั้นที่หนึ่ง
ซึ่งหลายๆ คนมีความสุขในการทำงานแค่วันนั้นวันเดียว
แต่ถ้าเราสามารถพัฒนาตัวเองไปพร้อมกับงานได้ มันก็จะก้าวไปสู่อีกระดับ
อันนำมาซึ่งผลตอบแทนหรือความสุขชั้นที่ ๒ นั่นเอง

หนึ่งเดือน คุณโยมอยากมีความสุขเพียง ๑ ชั้น หรือ ๒ ชั้น ก็เลือกเอาตามใจชอบเลย

เจริญพร...

sim ของมือถือโดนลักลอบใช้ได้แล้ว !!

โปรดระวัง ถ้าคุณได้รับสัญญาณโทรศัพท์บนมือถือของคุณว่า
ช่างเทคนิค Cellnet หรือ Vodafone บอกคุณว่า
พวกเขากำลังทำการตรวจเช็คโทรศัพท์ของคุณ
และบอกให้คุณต้องกด # 90 หรือ 90 #
ตอนนี้มีบริษัทหลอกลวงฉ้อฉล วางอุบายนี้ขึ้นมา
ถ้าคุณได้รับสัญญาณโทรศัพท์ดังกล่าว คุณต้องวางสายโทรศัพท์ทันที
ถ้าคุณกด # 90 หรือ 90 # ล่ะก็ พวกเขาจะสามารถเข้าไปใน sim card ของคุณได้
และสามารถทำการใช้โทร.ออกจาก sim card นั้น
โดยค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น จะเป็นของคุณ

Thursday, September 4, 2008

แก่ขึ้น กับ เติบโตขึ้น

วันแรกที่พวกเราเริ่มการเรียนในมหาวิทยาลัยนั้น
อาจารย์ของเราได้เข้ามาแนะนำตัว
และบอกให้พวกเราทำความรู้จักกับคนอื่นๆ ที่เราไม่รู้จักมาก่อน
ผมยืนขึ้นแล้วมองไปรอบๆ และมีมือๆ หนึ่ง เอื้อมมาจับบ่าของผม
ผมหันไปพบกับหญิงชราร่างเล็ก ผิวหนังเหี่ยวย่น ที่ส่งรอยยิ้มอันเป็นประกายมาให้ผม
รอยยิ้มนั้นทำให้เธอดูสดใสอย่างยิ่ง

หญิงชราคนนั้นกล่าวขึ้นว่า
'สวัสดี รูปหล่อ ฉันชื่อโรส อายุแปดสิบเจ็ดแล้ว มาให้ฉันกอดสักทีสิ'

ผมหัวเราะกับท่าทางของเธอ และตอบอย่างร่าเริงว่า
'แน่นอน ได้สิครับ ' แล้วเธอก็กอดผมอย่างแรง ผมถามเธอว่า
'ทำไมคุณถึงมาเรียนมหาวิทยาลัย เอาตอนที่อายุน้อยและไร้เดียงสาอย่างนี้ละ.. '

เธอตอบด้วยเสียงปนหัวเราะว่า 'ฉันมาหาสามีรวยๆ ที่ฉันจะได้แต่งงานด้วย แล้วมีลูกสักสองสามคน... '
ผมขัดจังหวะเธอ โดยถามว่า 'ไม่เอาครับ.. ถามจริงๆ ' ผมสงสัยจริงๆ ว่า อะไรทำให้เธอมาเรียนที่นี่ตอนที่อายุขนาดนี้ และเธอตอบว่า
'ฉันฝันมานานแล้ว ว่าฉันจะได้ปริญญา และตอนนี้ ฉันก็กำลังจะได้ปริญญาที่ฉันฝัน'
หลังเลิกเรียนวิชานั้น เราเดินไปที่อาคารสโมสรนักศึกษาด้วยกัน และนั่งกินชอคโกแลตปั่นด้วยกัน เรากลายเป็นเพื่อนกันในทันที
ตลอดสามเดือนหลังจากนั้น เราจะออกจากชั้นเรียนพร้อมกัน และจะไปนั่งคุยกันไม่หยุด ผมนั้นประหลาดใจเสมอเมื่อได้ฟัง 'ยานเวลา' ลำนี้
แบ่งปันความรู้ และประสบการณ์ของเธอให้กับผม

ตลอดปีนั้น โรสได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยของเรา และเธอนั้นจ ะเป็นเพื่อนได้กับทุกคนในทุกที่ที่เธอไป เธอรักที่จะแต่งตัวดีๆ
และดื่มด่ำอยู่กับความสนใจ ที่นักศึกษาคนอื่นๆ มีให้กับเธอ เธอได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่
เมื่อถึงตอนสิ้นสุดภาคการศึกษา เราได้เชิญโรสให้มาพูดที่งานเลี้ยงของทีมฟุตบอลของเรา
ผมไม่เคยลืมเลยว่า เธอได้สอนอะไรให้กับเรา .. พิธีกรแนะนำตัวเธอ และเธอก็เดินขึ้นมาที่แท่น

ตอนที่เธอกำลังเตรียมตัวที่จะพูดตามที่เธอตั้งใจนั้น
เธอทำการ์ดที่บันทึกเรื่องที่เธอจะพูดตกพื้น เธอทั้งอาย ทั้งประหม่า
แต่เธอโน้มตัวเข้าหาไมโครโฟนแล้วบอกว่า
'ขอโทษด้วยนะ ที่ฉันซุ่มซ่าม ฉันเลิกกินเบียร์มาตั้งนานแล้ว
แต่วิสกี้พวกนี้มันแรงจริงๆ... ฉันคงจะเอาบทของฉัน
มาเรียงใหม่ไม่ทันแล้วงั้นฉันก็คงได้แค่บอกเรื่องที่ฉันรู้ให้กับพวกคุณก็แล้วกัน'

พวกเราทุกคนหัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง ตอนที่เธอเริ่มต้นว่า
'พวกเราทุกคนนั้น ไม่ได้หยุดเล่นเพราะเราแก่หรอก แต่เราแก่เพราะว่าเราหยุดเล่น
ที่จริงแล้วมีเคล็ดลับสู่การที่จะยังหนุ่มสาวอยู่เสมอมีความสุข
และประสบความสำเร็จอยู่ 4 ประการ
1) พวกคุณจะต้องหัวเราะ และมีเรื่องสนุกๆ ขำขันทุกวัน
2) พวกคุณจะต้องมีความฝัน เมื่อไรก็ตามที่คุณสูญเสีย ความฝันของคุณไป คุณจะตาย มีคนมากมายที่ยังเดินไป เดินมาอยู่ทั้งๆ
ที่ตายไปแล้วและไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตายไปแล้ว..
3) การที่คุณ 'แก่ขึ้น' กับ 'เติบโตขึ้น' นั้นมันต่างกันมาก ถ้าคุณอายุสิบเก้า แล้วนอนอยู่บนเตียงเฉยๆ ปีหนึ่ง
และไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ตลอดทั้งปี คุณก็จะอายุยี่สิบ
ถ้าฉันอายุแปดสิบเจ็ด แล้วนอนเฉยๆ ไม่ทำอะไรเลยตลอดทั้งปี ฉันก็จะอายุ
แปดสิบแปด ทุกๆ คนนั้นจะแก่ขึ้น ทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องอาศัยความสามารถอะไรเลย
ประเด็นของการ เติบโตขึ้น นั้นอยู่ที่การแสวงหาโอกาสในการเปลี่ยนแปลง
4) อย่าทิ้งอะไรไว้ให้เสียใจภายหลัง คนสูงอายุส่วนใหญ่นั้น ไม่เสียใจกับสิ่งที่ได้ ทำลงไปแล้ว แต่มักจะเสียใจกับสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ


'
คนที่กลัวความตายนั้น มีแต่คนที่ยังมีสิ่งทีต้องเสียใจค้างอยู่ '

เธอจบการพูดของ เธอด้วยการร้องเพลง 'The Rose' อย่างกล้าหาญ และเธอได้แนะให้พวกเราทุกคนศึกษา

เนื้อร้องของเพลงนั้นและเอาความหมายเหล่านั้นมา ใช้กับชีวิตประจำวันของพวกเรา

เมื่อสิ้นปีการศึกษานั้น โรสได้รับปริญญาที่เธอได้เริ่มฝันไว้เมื่อนานมาแล้ว

หนึ่งสัปดาห์หลังจบการศึกษา โรสจากไปอย่างสงบ เธอนอนหลับไปและไม่ตื่นขึ้นอีกเลย

นักศึกษากว่าสองพันคนไปร่วมพิธีศพของเธอ เพื่อแสดงความเคารพ ต่อหญิงชราผู้วิเศษ

ผู้ได้สอนให้พวกเขาได้รู้ ด้วยการทำให้เห็นเป็นตัวอย่างว่า .......


ไม่มีคำว่าสายเกินไป ที่จะเป็นทุกสิ่งที่คุณสามารถเป็นได้

เมื่อคุณอ่านเรื่องนี้จบลง กรุณาส่ง คำแนะนำอันดีเยี่ยมนี้ต่อให้กับเพื่อนและครอบครัวของคุณ

พวกเขาคงจะชอบมัน

เรื่องราวเหล่านี้ส่งต่อกันมาเพื่อระลึกถึงหญิงชราที่ชื่อ โรส

จงจำไว้ว่า
:-
'การแก่ขึ้นนั้น เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่การเติบโตขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่เราเลือกได้
เราอยู่ได้ด้วยสิ่งที่เราได้รับ แต่เราจะมีชีวิตอยู่เพราะสิ่งที่เราให้ไป'

อย่ามองข้ามของใกล้ตัว อุปกรณ์ป้องกันโจรชั้นดี



"รู้หน้าไม่รู้ใจ"
คงเป็นคำสุภาษิตที่จริงที่สุดในยุคสมัยนี้ เพราะโจรยุคดิจิตอลสลัดคราบเดิมหายไปแล้ว เปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่เป็นโจรผูกไทใส่สูท จึงไม่น่าแปลกใจที่คุณสาวๆ จะตกเป็นเหยื่อคนแต่งตัวดีแต่ไม่ประสงค์ดีได้ง่ายๆ และนับวันกลุ่มบุคคลนี้จะมีมากขึ้น เห็นได้ชัดเจนจากทั้งข่าวและเรื่องเล่าจากคนใกล้ตัว ในฟอร์เวิร์ดเมล มีกรณีศึกษาให้ระวังตัวหลายหลากกรณี

ในเมื่อ "คนดี" ไม่รู้ว่าใครเป็น "คนร้าย" ก็คงต้องถึงคราวที่จะต้อง "ช่วยตัวเอง" ป้องกันตัวเอง เข้าทำนอง "ตนย่อมเป็นที่พึ่งแห่งตน" และเพื่อเป็นการ "กวดวิชา" ให้คุณสาวๆ มี "วิทยายุทธ์" สำนักกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงจัดทำเอกสาร "ระวังล่วงละเมิดทางเพศ ภัยร้ายใกล้ตัว" ซึ่งข้างในเนื้อหามีวิธีป้องกันตัวเองเมื่อเกิดเหตุร้ายด้วยอาวุธใกล้ตัวด้วย



ไม่ยาก ไม่ยาก เริ่มจาก"หวี" กว่า 90% ของผู้หญิงจะต้องพกติดตัว ติดกระเป๋าไว้เสมอ เมื่อเกิดเหตุร้ายให้ใช้ด้ามหวีแทงบริเวณใต้คาง หรือใช้ซี่หวีข่วนที่หน้าคนร้าย กรณีที่หาไม่เจอ "กุญแจ" ก็เป็นผู้ช่วยได้ ถือกุญแจให้ถนัดมือที่สุด แล้วแทงบริเวณใต้ลูกกระเดือก หรือแทงที่ลูกตา ส่วน "ปากกา ดินสอ" ให้ใช้ปลายแหลมทิ่มลงไปที่หลังมือคนร้าย

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย "ร่ม" ที่พกพาไว้ สามารถแปลงเป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวได้เช่นกัน เมื่อคนร้ายเดินมาประชิดตัว ให้ยืนถือร่มในท่าขวางแล้วกระแทกไปที่ลำคอ หรือใช้ปลายร่มแทงที่ลิ้นปี่ แต่ระวังไม่ควรใช้ร่มฟาดหรือตี เพราะจะทำให้คนร้ายแย่งร่มไปได้

ส่วน "รองเท้า" ก็เป็นอาวุธที่ทรงประสิทธิภาพ กะระยะระหว่างตัวเองกับคนร้ายให้อยู่ในช่วงที่ใช้เท้าได้ ยกเท้าถีบไปยังเป้ากางเกง ชายโครง ใบหน้า หรือจุดที่คิดว่าป้องกันตัวเองได้ แต่ถ้าอยู่ในระยะประชิดตัว ให้ใช้รองเท้าตบ ตี

กรณีอยู่บ้าน มีคนร้ายเข้ามาขโมยของ หรือมาทำร้าย ให้ใช้ "ไม้กวาด" จับด้วย 2 มือ ใช้ด้ามเป็นอาวุธทิ่มบริเวณลิ้นปี่ ใต้คาง หรือท้องน้อย แต่ถ้าคนร้ายจู่โจมส่วนบนของร่างกาย ให้จับด้ามไม้กวาดยกขึ้นสูงเป็นแนวนอนเพื่อปิดกั้นการจู่โจมของคนร้าย และใช้เท้าเตะถีบที่เป้าของคนร้าย ถ้าจู่โจมส่วนล่างให้จับไม้กวาดกระแทกแขนทั้ง 2 ข้างของคนร้าย แล้วเตะถีบที่เข่า จับไม้กวาดกระแทกที่คอหอยตาม

นอกจากนี้ ถ้าไม่มีอุปกรณ์ช่วย แขนขาอวัยวะต่างๆ ของเราก็ช่วยได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นมือ แขน ศอก ขา เท้า ใช้ให้เป็นประโยชน์ เช่น ถ้าคนร้ายประชิดตัวเกิน 2 ก้าว ให้ถีบเท้าซ้ายหรือขวาไปที่หน้าขาเหนือหัวเข่าหรือหน้าแข้งของคนร้ายเพื่อเป็นการหยุดคนร้ายก่อน ถ้าคนร้ายผลีผลามมาถึงตัวให้ใช้สันมือฟันสับไปที่ซอกคอ หรือฟันไปที่ริมฝีปาก ดั้งจมูก คอ ไหปลาร้า กกหู และใช้สันมือกระแทกคาง ให้คนร้ายหงายหลังแล้วรีบฉวยโอกาสหนี และร้องตะโกนให้คนมาช่วย

กรณีถูก "บีบคอ" ให้เกร็งลำคอและประสานมือยกขึ้นระหว่างแขนคนร้าย แล้วกระแทกมือคนร้ายให้ออกจากกัน พร้อมกระแทกส้นเท้าที่หน้าแข้งคนร้ายแรงๆ และหลายๆ ครั้ง เมื่อคนร้ายปล่อยมือให้กระแทกส้นเท้าลงที่หัวเข่าคนร้ายแล้ววิ่งหนี แต่..ถ้าถูกจิกผมให้ประสานมือยกขึ้นวางทับมือที่คนร้ายจับ กดมือคนร้ายพร้อมหมุนตัวอย่างเร็วเพื่อบิดข้อมือคนร้าย และใช้ส้นเท้ากระแทกที่หน้าแข้งหรือหลังเท้า


หลากหลายวิธีการเหล่านี้เป็นเพียงการช่วยเหลือเบื้องต้นเท่านั้น ทางที่ดีไม่ว่าจะเดินทางไปไหนไม่ควรไปคนเดียว และที่สำคัญตั้ง "สติ" ให้อยู่กับตัวเสมอ อย่าให้ "ภัย" ร้ายมาคุกคามโดยไม่รู้ตัว

โรคสะเก็ดขาว

หลายคนคงจะรู้จัก โรคด่างขาว บางคนเรียก โรคสะเก็ดขาว มันก็โรคมะเร็งผิวหนังดีๆ นี่เอง เรื่องมันมีอยู่ว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2551 เวลาประมาณ 10.00 น.วันนั้นกำลังจะเดินทางไป จ.ชลบุรี ก่อนเดินทางก็นำรถยนต์เข้าปั๊มน้ำมันเพื่อจะเช็คลมยาง บังเอิญมีรถยนต์ยี่ห้อ เมอร์ซิเดส เบนซ์ คันหนึ่งกำลังเติมลมอยู่ก่อนแล้ว ก็เลยจอดรอเพื่อจะเช็คลมยางเป็นคันต่อไป แต่เผอิญเจ้าของรถ เมอร์ซิเดส เบนซ์ เป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่ไม่ได้พบกันมานานหลายปี (เมื่อก่อนดื่ม เที่ยวด้วยกันเป็นประจำ) เป็นนายตำรวจยศพันตำรวจโท ปัจจุบันรับราชการอยู่ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปทุมวัน กรุงเทพ ฯ ก็เลยลงไปสนทนาปราศรัยในฐานะเพื่อนรุ่นพี่ที่เคารพรักและไม่ได้พบปะกันมานาน สอบถามสารทุกข์สุขดิบกันตามประสา พี่คนนี้ลักษณะแกคล้ายๆ อี๊ด วงฟลาย แต่หน้าตาดีกว่า ลักษณะแบบนี้คงนึกออกนะว่าเป็นยังไง แต่พอคุยจ้องหน้ากันมากๆ แกก็อายๆ อยู่บ้าง เพราะไม่เจอนานหลายปี แต่ตอนนี้แกเป็น โรคด่างขาว ขึ้นทั้งปาก ทั้งศีรษะ กระทั่งมือเต็นไปหมด แกเล่าให้ฟังว่า วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ แกไปทำงานที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่กรุงเทพ ฯ ไปอยู่คนเดียว ครอบครัวไม่ได้ตามไปอยู่ด้วย วันหยุดราชการถึงกลับไปอยู่กั บครอบครัวที่ จ.ระยอง เมื่อวันทำงานเวลารับประทานอาหารทุกมื้อ ลูกน้องจะเป็นผู้ไปซื้ออาหารมาให้ คือพี่แกเป็นคนรับประทานอะไรง่ายๆ อาหารทุกอย่างจะใส่กล่องโฟมมาตลอด แกบอกรับประทานอาหารที่ใส่กล่องโฟมแบบนี้ทุกมื้อเป็นเวลาประมาณ 2 ปี เท่านั้นแหละ โรคด่างขาวมันอาละวาด ลุกลามเต็มตัว และรวดเร็วมาก ทุกวันนี้ต้องไปพบแพทย์ที่ โรงพยาบาลศิริราช แพทย์จะให้ยามาทาหลอดหนึ่งราคา 1,800.- บาท แกบอกรักษามา 6 เดือนแล้ว ตอนนี้ดีขึ้นมาก ตั้งแต่นั้นมา แกบอกว่า เวลาลูกน้องไปซื้ออาหารห้ามใส่กล่องโฟมโดยเด็ดขาด ให้ใส่ถุงพลาสติคเพียงอย่างเดียว ซึ่งแพทย์บอกว่า ถุงพลาสติคยังไม่ค่อยอันตรายเท่าไร เพราะกล่องโฟมเวลาโดนอาหารร้อนๆ จะมีสารชนิดหนึ่งละลายออกมาอยู่ในอาหารในกล่อง พอเรารับประทานเข้าไปมากๆ ก็จะเป็นผลเสียต่อร่างกาย
         ที่เล่าให้ฟัง เพราะห่วงเพื่อนๆ และน้องๆ มาก ทุกวันนี้โรคภัยไข้เจ็บมันมีมากจริงๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง มันจะก่อเกิดมาจากอาหารการกิน และอากาศที่เป็นพิษในบรรยากาศ ยังไงเกิดมาชาติหนึ่ง ร่างกายก็ไม่ใช่ของเรา ธรรมชาติให้เราเอามาใช้ (บางคนก็ใช้ชั่วคราว บางคนก็ใช้ถึง 70 - 80 ปีหรือมากกว่านั้น แล้วแต่อายุขัย) รักษาดูแลมันดีๆ หน่อย อย่าใช้มันให้สิ้นเปลื้องมากนัก ตามคำพระที่ว่า
อโรทยา ปรมาราภา คนไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ.....